ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสแอพพลิเคชั่นซิมซิมอิ (Simsimi) ระบาดหนักในหมู่สาวกสังคมออนไลน์ สัญลักษณ์เป็นตัวการ์ตูนกลม ๆ เหลือง ๆ นี้มีที่มาจากประเทศเกาหลีใต้
แอพพลิเคชั่นสุดอินเทรนด์ที่เหมือนกับจะตั้งใจทำมาเพื่อเลียนแบบโปรแกรม Siri ในไอโฟน 4 เอสนั้น มีลักษณะของโปรแกรมเป็นการพิมพ์โต้ตอบกับโรบอท (Chatting Robot) โดยสามารถโต้ตอบการสนทนาของผู้ใช้ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เล่นได้ทั้งออนไลน์บนเว็บหรือโหลดมาติดตั้งในไอโฟน
ทว่ากระแสนี้ไม่ได้จบเพียงความตื่นเต้นหรือสนุกกับการมีแอพพลิเคชั่นใหม่เท่านั้น แต่ภาษาที่โต้ตอบกลับมาของซิมซิมอิกำลังจะกลายเป็นปัญหา เพราะเมื่อโปรแกรมไม่เคยได้รับคำถามแบบที่ผู้ใช้พิมพ์โต้ตอบมาก่อน จะมีโปรแกรมให้สอนว่าหากถามแบบนี้ต้องตอบว่าอะไร ก่อนที่คำตอบที่ว่านั้นจะเข้าไปอยู่ในระบบเมื่อมีผู้ใช้คนอื่นถามในคำถามแบบเดียวกันระบบก็จะตอบมาโดยอัตโนมัติอย่างที่เคยถูกตั้งโปรแกรมไว้แล้วทันที ซึ่งโปรแกรมไม่ได้เป็นผู้กำหนดคำตอบ แต่เป็นผู้ใช้งานนั่นเองว่าอยากจะได้คำตอบแบบใด เมื่อไม่ได้มีเพียงภาษาสุภาพหากแต่มีภาษาที่หยาบคายผสมมาด้วยและอยู่ในระดับที่เยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี จึงต้องใช้ความสามารถในการแยกแยะสูง
ลัดดา ตั้งสุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม แสดงความเป็นห่วงว่ากระแสแอพพลิเคชั่น "ซิมซิมอิ" ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในโทรศัพท์มือถือในเวลานี้ เพราะมีการใช้คำไม่สุภาพ หยาบคายปรากฏเป็นจำนวนมาก ทั้งที่แอพพลิเคชั่นซิมซิมอิของผู้ผลิตในประเทศเกาหลีใต้นี้สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางภาษา แต่เมื่อมาถึงประเทศไทยกลับกลายเป็นเรื่องสนุกของการใช้ที่เลยเถิด มีการใช้คำไม่สุภาพ คำหยาบ แต่ที่ประเทศเกาหลีใต้ จะมีตัดคัดกรองภาษาที่ไม่เหมาะสม แต่ประเทศไทยไม่มี
"ในประเทศไทยการใช้งานยังจำกัดเฉพาะกลุ่ม เพราะผู้ใช้ต้องมีเครื่องโทรศัพท์ไอโฟน แต่ทั้งหมดนี้เป็นเสียงสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องเทคโนโลยีอยู่ที่คนใช้ต้องมีภูมิคุ้มกัน รู้อะไรควรไม่ควร ใช้ให้ถูกกาลเทศะ เพราะหากใช้ในทางไม่เหมาะสมก็เป็นโทษกับตนเอง แต่หากใช้ให้เป็นประโยชน์ สังคมก็จะได้ประโยชน์ ผู้ใช้ก็จะได้ประโยชน์ด้วย"
ขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เห็น
ว่า เรื่องการใช้งานของแอพพลิเคชั่นซิมซิมอิที่กำลังระบาดในขณะนี้ กสทช. ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากเป็นแอพพลิเคชั่นเปิดให้ดาวน์โหลดเพื่อใช้งานฟรี ไม่ใช่บริการที่ผู้ให้บริการในกิจการโทรคมนาคมจัดหาเพื่อให้บริการ
"เท่าที่ติดตามดูแอพพลิเคชั่นซิมซิมอิไม่ได้มีภัยอะไร มีเพียงข้อเสียตรงภาษาที่โต้ตอบหยาบคาย ซึ่งก็ไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพราะไม่ได้หมิ่นสถาบันฯ หรือทำลายความมั่นคง ซึ่งมองว่ายังเป็นสุญญากาศในการควบคุมดูแล โดยต้องย้อนมาดูว่าถ้าพูดเรื่องการควบคุมคำหยาบ กระทรวงไหน หน่วยงานไหนดูแล และเรื่องของเทคโนโลยีกระทรวงไอซีทีดูแล แต่ก็เป็นเรื่องที่ผสมผสานกัน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครดูแล เพราะไม่เข้าข่ายตามความผิด"
นพ.ประวิทย์ แนะนำทางออกของเรื่องนี้ว่า หากกระทรวงไอซีทีไปบล็อกแอพพลิเคชั่นนี้ไม่ให้คนไทยเข้าใช้งาน อาจโดนต่อว่าหรือถูกฟ้อง เนื่องจากมีคนที่ใช้งานแล้ว ซึ่งภาษาที่
ซิมซิมอิโต้ตอบกลับมาเป็นข้อมูลที่พูดใช้ป้อนใส่เข้าไปทั้งนั้น ดังนั้นทางออกคือต้องรณรงค์ให้ผู้ที่ใช้แอพพลิเคชั่นใช้ภาษาที่สุภาพ เป็นคำที่กวนได้แต่ไม่หยาบ โดยรัฐบาลอาจทำหนังสือถึงผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ลบคำหยาบคายออกไปจากระบบ
ด้าน ณัฐ พยงค์ศรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ตัวแอพพลิเคชั่นซิมซิมอิไม่มีความผิดอะไร ไอซีทีได้ทราบข่าวเรื่องภาษาที่ใช้จึงได้ส่งอีเมลไปถึงผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ที่เกาหลีใต้เพื่อสอบถามว่ามีการควบคุมหรือคัดกรองคำหยาบอย่างไรบ้างเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นได้ขอโทษมาในเบื้องต้น โดยบอกให้ไอซีทีและผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งคำที่ไม่เหมาะสมไปให้
"สำหรับแอพพลิเคชั่นซิมซิมอิเพิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลภาษาไทยได้ราว 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาการพบคำหยาบในแอพพลิเคชั่นนี้ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยแต่ในอเมริกาแอพพลิเคชั่นนี้ก็พบว่ามีคำหยาบ และทางผู้เกี่ยวข้องที่อเมริกาได้แจ้งไปยังผู้พัฒนาเช่นกัน"
แต่แอพพลิเคชั่นซิมซิมอิยังต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล เพราะการใช้งานช่วงแรกยังมีจำนวนผู้ใช้งานน้อย ทำให้มีคำในฐานข้อมูลไม่มากนัก จึงต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูลอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ไอซีทีไม่สามารถบล็อกหรือปิดกั้นการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นนี้ได้เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูล
ทว่าการใช้งานซิมซิมอิไม่มีอะไรที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ 2550 แต่ถ้านำไปใช้ในทางไม่ดี เช่นถามชื่อคนที่ไม่ชอบแล้วโปรแกรมตอบมาด้วยคำหยาบ โดยผู้ถามก๊อบปี้หน้าจอแล้วนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อสังคมออนไลน์ก็อาจเข้าข่ายทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง เป็นการหมิ่นประมาทมีความผิดตามกฎหมายอาญาได้
"ผมมองว่าแอพพลิเคชั่นซิมซิมอิสามารถใช้ประโยชน์ได้หากนำไปใช้ในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งในอนาคตอาจใช้ในการเผยแพร่พจนานุกรมภาษาไทยทำให้ต่างชาติรู้จักและเรียนรู้ภาษาไทยมากขึ้น ดังนั้นจึงอยากขอให้ผู้ที่ใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้ใช้ภาษาที่เหมาะสม เพราะแอพพลิเคชั่นนี้เก็บข้อมูลจากภาษาที่ผู้ใช้โต้ตอบ"
ซิมซิมอิ...จ๋า.
นํ้าเพชร จันทา
namphetc@dailynews.co.th
http://twitter.com/phetchan แหล่งข่าว :
dailynews.co.th